อยากเรียนต่อต่างประเทศ ต้องทำอย่างไรบ้าง

  1. หาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่ต้องการจะไปศึกษาต่อและหลักสูตรที่ต้องการจะลงเรียน โดยเปรียบเทียบข้อมูลจากหลาย ๆ สถาบัน หรือขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ ซึ่งมีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรต่าง ๆ ไว้ จะช่วยลดระยะเวลาการหาข้อมูลได้มาก หลายมหาวิทยาลัยมีโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างกันอีกด้วย (Student Exchange Programs) โดยทั่ว ๆ ไปนั้น สถาบันการศึกษาที่ดี จะถูกจัดอันดับอยู่ในอันดับต้น ๆ ของ QS University Rankings เช่น มหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกา MIT  Stanford University และ Harvard University ส่วนมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร ได้แก่ University of Cambridge  University of Oxford และ UCL ตัวอย่างมหาวิทยาลัยชั้นนำของออสเตรเลีย ได้แก่ The Australian National University (ANU)  The University of Melbourne และ The University of New South Wales (UNSW)
  2. ตรวจสอบกฎเกณฑ์การรับนักศึกษาเข้าเรียนในแต่ละหลักสูตร ของหลาย ๆ สถาบันการศึกษาในประเทศที่ต้องการ เกณฑ์การรับนักศึกษาต่างชาติ เช่น เกรดเฉลี่ย GPA ขั้นต่ำ คะแนนภาษาอังกฤษ IELTS ประสบการณ์ทำงาน เหตุผลและวัตถุประสงค์ที่ต้องการศึกษาต่อ
  3. เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในการศึกษาต่อ ซึ่งทั้งหลักสูตร ระดับการศึกษา ระยะเวลาในการศึกษา รวมทั้งประเทศเป้าหมายที่จะไปเรียนต่อมีผลต่อค่าใช้จ่าย จะต้องนำข้อมูลเหล่านี้มาช่วยในการพิจารณา ยิ่งไปกว่านั้น หลาย ๆ สถาบันมีการให้ทุนและความช่วยเหลือทางการเงินแก่นักศึกษาต่างชาติ เช่น ลดค่าเล่าเรียนให้บางส่วน รวมทั้งทุนให้เปล่าอีกมากมาย ซึ่งนักศึกษาต่างชาติสามารถสมัครขอทุนได้ ก็จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายลงและเป็นเกียรติแก่ตัวนักศึกษาและครอบครัวหากได้รับทุนจากมหาวิทยาลัย และหรือองค์กรทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  4. เตรียมเอกสารสำหรับการสมัครเข้าเรียนในสถาบันและหลักสูตรที่เลือก ซึ่งกระบวนการสมัครนั้นแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา และประเทศ ซึ่งนักศึกษาและผู้ที่สนใจสามารถหาข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับเกณฑ์การรับนักศึกษา ขั้นตอน และวิธีการสมัครและระยะเวลาในการยื่นใบสมัครเรียนต่อได้ในเวปไซต์ของสถาบันการศึกษานั้น ๆ และหรือปรึกษาบริษัทแนะแนวการศึกษาซึ่งทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการสมัคร ทั้งการให้ข้อมูล ติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาที่อยู่ในต่างประเทศ รวมทั้งติดตามผลการสมัครให้ท่าน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ตัวอย่างเอกสารที่ใช้ในการสมัครเรียนต่อ ได้แก่ รูปถ่าย บทความอธิบายเหตุผลและวัตถุประสงค์ในการสมัครเรียน ประวัติย่อ จดหมายอ้างอิง ประกาศนียบัตร ใบรับรองผลการศึกษา ผลการสอบภาษาอังกฤษ (IELTS  TOEFL)
  5. เมื่อได้รับการตอบรับเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาต่างประเทศแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือ การสมัครวีซ่านักเรียน  การตรวจสุขภาพ การจองตั๋วเครื่องบิน ซื้อประกันการเดินทางและประกันสุขภาพ การจองที่พัก ในขั้นตอนนี้นักศึกษาก็สามารถใช้บริการของบริษัทแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศได้ หรือหากนักศึกษาอยากจะดำเนินการสมัครวีซ่า จองตั๋วเครื่องบินและที่พักเองก็ย่อมทำได้เช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมและเวลาที่เหลือก่อนเดินทาง หากสมัครเรียนแต่เนิ่น ๆ และรู้ผลการตอบรับเข้าศึกษาต่อยิ่งเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีเท่านั้น

เรียนที่ไหนดี เรียนหลักสูตรอะไรดี ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ มีทุนการศึกษาไหม พักที่ไหนดี และคำถามอีกมากมายที่คุณอยากได้คำตอบ

เพียงส่งอีเมลล์ติดต่อเราที่:   study@study8.info

หรือกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มด้านล่าง ทางเราจะติดต่อกลับโดยเร็ว